วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

5 ประเทศน่าเที่ยว

1. NEWZEALAND

นิวซีแลนด์ (อังกฤษ: New Zealand)
เมารีนิวซีแลนด์: Aotearoa [เอาเตอารัว]
หมายถึง "ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว"
หรือ Niu Tireni [นิวทิเรนี]
ซึ่งเป็นการทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ)
เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ
รวมถึงเกาะเล็ก ๆ จำนวนหนึ่ง
ในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนตะวันตกเฉียงใต้
- นิวซีแลนด์มีเมืองหลวงชื่อ เวลลิงตัน (Wellington) นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ห่างไกลจากประเทศอื่นๆ มากที่สุด
ประเทศที่อยู่ใกล้ที่สุดคือประเทศออสเตรเลีย
ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะใหญ่ 2,000 กิโลเมตร
โดยที่มี ทะเลแทสมันกั้นกลาง
ดินแดนเดียวที่อยู่ทางใต้คือทวีปแอนตาร์กติกา
และทางเหนือคือนิวแคลิโดเนีย ฟิจิ และตองกา เมืองหลวง เวลลิงตัน (โอคแลนด์ เป็นเมืองใหญ่ที่สุด),
เนื้อที่ 268,680 ตร.กม., ประชากร 4.1 ล้านคน,



2. INDIA

ประเทศอินเดีย หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐอินเดีย
ตั้งอยู่ในทวีปเอเชียใต้ เป็นพื้นที่ส่วนใหญ่ของอนุทวีปอินเดีย
มีประชากรมากเป็นอันดับที่สองของโลก
และเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีประชากรมากที่สุดในโลก
โดยมีประชากรมากกว่าหนึ่งพันล้านคน
มีภาษาพูดแปดร้อยภาษาโดยประมาณ
ด้านเศรษฐกิจ อินเดียมีอำนาจการซื้อมากเป็นอันดับที่สี่ของโลก
ทั้งนี้ อาณาเขตทางทิศเหนือติดกับจีน เนปาล และภูฏาน
ทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับปากีสถาน
ทางตะวันออกเฉียงเหนือติดพม่า
ทางตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้จรดมหาสมุทรอินเดีย
ทางตะวันออกติดบังกลาเทศ
และมีพื้นที่ 3,287,590 ตารางกิโลเมตร
ซึ่งใหญ่กว่าไทยประมาณหกเท่า เมืองหลวง นิวเดลี
(มุมไบ หรือ บอมเบย์ เป็นเมืองใหญ่ที่สุด),
เนื้อที่ 3,287,390 ตร.กม., ประชากร 1,103 ล้านคน,


3. ITALY

อิตาลี (อิตาลี: Italiana) มีชื่ออย่างเป็นทางการคือ
สาธารณรัฐอิตาลี (Italian Republic)
(ภาษาอิตาลี: Repubblica Italiana)
เป็นประเทศในทวีปยุโรป บริเวณยุโรปใต้
ตั้งอยู่ในคาบสมุทรอิตาลีที่มีรูปทรงคล้ายรองเท้าบูต
และมีเกาะ 2 เกาะใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
คือ เกาะซิซิลี และ เกาะซาร์เดนญา
และพรมแดนตอนเหนือแบ่งประเทศโดยเทือกเขาแอลป์
กับประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และสโลวีเนีย
ประเทศอิตาลีเป็นประเทศสมาชิกก่อตั้งของสหภาพยุโรป
เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ นาโต และกลุ่มจี 8 มีประเทศอิสระ 2 ประเทศ คือ ซานมารีโนและนครรัฐวาติกัน
เป็นดินแดนที่ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่ของอิตาลี
ในขณะที่เมืองกัมปีโอเนดีตาเลีย (Campione d'Italia)
เป็นดินแดนส่วนแยกของอิตาลีที่ถูกล้อมรอบ
ด้วยพื้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมืองหลวง โรม, เนื้อที่ 301,338 ตร.กม.ประชากร 60.1 ล้านคน



4. THAILAND

ประเทศนี้คงไม่ต้องบอกข้อมูลนะค่ะ





5. BRAZIL

บราซิล หรือชื่อทางการ สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล
เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้
และเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลก
มีพื้นที่กว้างขวางระหว่างตอนกลางของทวีปอเมริกาใต้
และมหาสมุทรแอตแลนติก มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศอุรุกวัย
อาร์เจนตินา ปารากวัย โบลิเวีย เปรู โคลอมเบีย เวเนซุเอลา
กายอานา ซูรินาเม และดินแดนเฟรนช์เกียนา —
ทุกประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ยกเว้นเอกวาดอร์และชิลี เมืองหลวง บาซิลเลีย (เมืองเซาเปาโล เป็นเมืองใหญ่ที่สุด),
เนื้อที่ 8,547,403 ตร.กม., ประชากร 186.4 ล้านคน,

วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553


ไทยติดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำเอเชีย

คิวเอส ควอกควอเรลลี ไซมอนด์ส ผู้รวบรวมข้อมูลและจัดอันดับสถาบันการศึกษาระดับโลก รายงานผ่านเว็บไซต์ ว่า ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำในเอเชีย 200 แห่ง ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกปีนี้ มีมหาวิทยาลัยไทยติดอันดับทั้งหมด 8 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับ 30 ตามด้วยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับ 35 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับ 81 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับ 85 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับ 108 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อันดับ 109 มหาวิทยาลัยขอนแก่น อันดับ 113 และมหาวิทยาลัยบูรพา อันดับ 151เมื่อพิจารณาตามรายงาน
คณะและสาขาวิชา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยครองอันดับสูงสุดของมหาวิทยาลัยไทยอยู่ที่อันดับ 10 สำหรับคณะศิลปศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ตามด้วยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับ 28 ส่วนมหาวิทยาลัยมหิดล อันดับ 45 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับ 54 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์อันดับ 91 และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับ 100ส่วนวิทยาศาสตร์ชีวภาพและชีวการแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันดับ 12 มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับ 20 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับ 60 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับ 72 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อันดับ 77 มหาวิทยาลัยขอนแก่น อันดับ 78 และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับ 86จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครองอันดับสูงสุดมหาวิทยาลัยไทย ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและวิศวกรรม อันดับ 24 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อันดับ 68 มหาวิทยาลัยมหิดล อันดับ 72 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อันดับ 75 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อันดับ 78 และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อันดับ 90นายนันซิโอ ควอกควอเรลลี กรรมการผู้จัดการ คิวเอส กล่าวว่า ผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งเอเชียครั้งนี้ เน้นที่มาตรวัดความยอดเยี่ยมที่สัมพันธ์กับภูมิภาค มหาวิทยาลัยที่โดดเด่นไม่เพียงแต่มีชื่อเสียงด้านคุณภาพเท่านั้น แต่ต้องมีงานวิจัยคุณภาพสูงด้วยทั้งนี้ มหาวิทยาลัยยอดเยี่ยม 10 อันดับแรกของเอเชีย ได้แก่ มหาวิทยาลัยฮ่องกง ตามด้วยมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง มหาวิทยาลัยโตเกียว มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง มหาวิทยาลัยเกียวโต มหาวิทยาลัยโอซากา สถาบันวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีชั้นสูงแห่งเกาหลีใต้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล สถาบันเทคโนโลยีโตเกียว และมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ครองอันดับ 10 ร่วมกับมหาวิทยาลัยปักกิ่ง

กรุงเทพฯ กับ บางกอก


กรุงเทพมหานคร มาจากนามพระราชทาน "กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์" มีความหมาย "เมืองของเทวดา มหานครอันเป็นอมตะ สง่างามด้วยแก้ว 9 ประการ และเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดิน เมืองที่มีพระราชวังหลายแห่ง ดุจเป็นวิมานของเทวดา ซึ่งพระวิษณุกรรมสร้างขึ้นตามบัญชาของพระอินทร์" ปัจจุบันภาษาราชการเรียก กรุงเทพมหานคร และอย่างย่อว่า กรุงเทพฯแต่เมื่อแรกสถาปนาราชธานีนั้น ตรงสร้อย "อมรรัตนโกสินทร์" พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี พระราชทานว่า "บวรรัตนโกสินทร์" จวบจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนเป็น อมรรัตนโกสินทร์ และต่อมามักเรียกกันว่า กรุงรัตนโกสินทร์ชื่อกรุงเทพมหานคร เมื่อถอดเป็นอักษรโรมัน คือ Krung Thep Maha Nakhon แต่ต่างชาติส่วนใหญ่เรียกเมืองนี้ว่า Bangkok อันมาจากอดีตของเมืองซึ่งเดิมเป็นที่ตั้งของเมืองธนบุรีศรีมหาสมุทร ที่ชาวต่างชาติเรียกกันว่า "บางกอก" มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีความสำคัญในฐานะเส้นทางออกสู่ทะเลและติดต่อค้าขายกับอาณาจักรต่างๆ ทั้งเป็นเมืองหน้าด่านขนอน คอยดูแลเก็บภาษีจากเรือสินค้าทุกลำที่ผ่านเข้าออก ส่วนบริเวณปากน้ำตรงอ่าวไทย เรียกกันว่า "นิวอัมสเตอร์ดัม" (ฝรั่งเทียกับกรุงอัมสเตอร์ดัมของฮอลแลนด์ที่เมืองท่าสำคัญของยุโรป) มีชุมชนใหญ่และโกดังของชาวต่างประเทศไว้สำหรับพักสินค้า ปัจจุบันคือพื้นที่บริเวณอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการสำหรับที่มาของคำว่า "บางกอก" มีข้อสันนิษฐานว่าอาจมาจากที่แม่น้ำเจ้าพระยาคดเคี้ยวไปมา บางแห่งมีสภาพเป็นเกาะเป็นโคก จึงเรียกกันว่า "บางเกาะ" หรือ "บางโคก" แล้วเพี้ยนเป็นบางกอก บ้างก็ว่าเนื่องเพราะบริเวณนี้มีต้นมะกอกอยู่มาก จึงเรียกว่า "บางมะกอก" คือพื้นที่ที่เต็มไปด้วยต้นมะกออก ข้อสันนิษฐานนี้อ้างอิงมาจากชื่อเดิมของวัดอรุณราชวราราม คือ วัดมะกอก (ก่อนจะเป็น วัดมะกอกนอก และวัดแจ้ง ตามลำดับ) และต่อมา บางมะกอกกร่อนคำเหลือแค่ บางกอก เมื่อครั้งกอบกู้อิสรภาพจากพม่าหลังเสียกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.2310 สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงสถาปนาเมืองธนบุรีศรีมหาสมุทรให้เป็นราชธานีแห่งใหม่ คือ กรุงธนบุรี เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2313 แต่ด้วยกรุงธนบุรีมีสภาพเป็นเมืองอกแตก ตรงกลางมีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่าน เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (ทองด้วง) ขึ้นเสวยราชสมบัติ เฉลิมพระนาม พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระราชดำริว่า ฟากตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยามีชัยภูมิดีกว่า เพราะมีลำน้ำเป็นขอบเขตอยู่กว่าครึ่ง หากข้าศึกยกมาติดถึงชานพระนคร ก็จะต่อสู้ป้องกันได้ง่ายกว่าโปรดเกล้าฯ ให้สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นทางฝั่งตะวันออกนั้นเป็นราชธานีแห่งใหม่ โดยสืบทอดศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมจากพระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยา ทรงประกอบพิธียกเสาหลักเมืองเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที ปีขาล จ.ศ.1144 จัตวาศก ตรงกับวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 เวลา 6.54 น. พระราชทานนาม ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงสร้อยในรัชกาลที่ 4 ดังกล่าววันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2514 รัฐบาลได้รวม จังหวัดพระนคร และ จังหวัดธนบุรี เข้าด้วยกันเป็น นครหลวงกรุงเทพธนบุรี และภายหลังการปรับปรุงการปกครองใหม่เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2515 ได้เปลี่ยนเป็นชื่อเป็น กรุงเทพมหานคร

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553


แม้ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง…แต่มะเร็งก็ไม่เว้น (มติชน)
ผู้หญิงหลายคนอาจจะรู้จักโรคมะเร็งปากมดลูกกันมาบ้างแล้ว แต่ก็คิดว่าคงเป็นเรื่องไกลตัว!! เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองไม่มีปัจจัยเสี่ยง แต่ความจริงแล้วผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ทุกคนมีความเสี่ยงที่จะเป็นได้
นางวรรณา เหลืองชัยชาญ เธอไม่เคยคิดว่าจะตกเป็นเหยื่อมะเร็ง เพราะเติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น รักนวลสงวนตัว รักและแต่งงานอยู่กินกับสามีเดียวเมื่ออายุ 23 ปี จนประมาณ 10 ปี วันหนึ่งเกิดอาการตกขาวมามากผิดปกติ จึงได้หาแพทย์ พบว่าเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกขั้น 1B ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ในทันที แต่ต้องทำคีโมนานถึง 2 เดือน
เธอว่า เจอโรคนี้ตอนอายุ 32 ปี ไม่เคยคิดว่ามีความเสี่ยง ทำให้ตกใจมากตอนที่รู้ผลตรวจ ยังดีที่ร่างกายแสดงปฏิกิริยาออกมาให้เห็นก่อน ไม่เช่นนั้นมะเร็งคงลุกลามไปมากกว่านี้
“หลังจากผ่าตัดแล้ว ช่วงปีแรกๆ ต้องไปตรวจทุก 2 เดือน จนปัจจุบัน 8 ปี แล้วต้องตรวจทุก 6 เดือน กลัวตลอดเวลาว่ามันจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ หลังผ่าตัดมะเร็งสิ่งที่ตามมาคือเกิดถุงน้ำบริเวณที่ผ่าตัด บางครั้งมีขนาดใหญ่ถึง 11 เซนติเมตร แล้วไปกดทับเส้นประสาท เจ็บหลังมาก เลยต้องไปเจาะออก” เธอเล่าถึงความรู้สึกอันแสนทรมานจากมะเร็งปากมดลูก
รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ หัวหน้าหน่วยมะเร็งนรีเวช ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝากถึงผู้หญิงว่า มะเร็งปากมดลูกเป็นโรคที่ทำให้ผู้หญิงไทยเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 โดยโรคนี้มักไม่ค่อยแสดงอาการจน 10-15 ปีแล้ว หรือแสดงอาการเมื่อก้าวไปเข้าระยะที่ 2 หรือ 3 ไปแล้ว สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อ Human Papilloma Virus หรือ “เอชพีวี” ซึ่งชอบอยู่บริเวณผิวที่มีความชุ่มชื้น เช่น ซอกเล็บ ปาก และบริเวณอวัยวะเพศ ผู้หญิงทุกคนมีโอกาสติดไวรัสชนิดนี้ แต่คนที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย ซึ่งมีโอกาสที่จะมีคู่นอนหลายคน จะมีความเสี่ยงสูงมากกว่าคนอื่น
“ปัจจุบันผู้ป่วยโรคนี้มีแนวโน้มอายุน้อยลงมาก ล่าสุด พบเด็กหญิงอายุ 12 ปี เป็นมะเร็งปากมดลูกแล้ว ทางป้องกันที่สำคัญคือ อย่าอายที่จะไปพบหมอเพื่อตรวจเป็นประจำทุกปี, ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย การมีคู่นอนหลายคน การสูบบุหรี่ และถ้าสามารถฉีดวัคซีนป้องกันเอชพีวีร่วมกับการตรวจ Pap Smear ก็จะได้ผลดีที่สุดในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก” หมอทิ้งท้าย

ความลับ ทำไมคนญี่ปุ่นถึงอายุยืนที่สุดในโลก (อ.ส.ม.ท.)
หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า “ประเทศญี่ปุ่น” เป็นชาติที่มีอายุขัยยืนยาวมากที่สุดในโลก ซึ่งนี่ถือเป็นการครองแชมป์มากกว่า 20 ปี แล้ว โดยมีอายุเฉลี่ยเกิน 100 ปี มากกว่า 20,000 คน เลยทีเดียว และเมื่อแยกย่อยลงไปในรายละเอียดต่างๆ จะพบว่าสุขภาพร่างกายของคนญี่ปุ่นมีคอเลสเตอรอลต่ำ ไม่ค่อยเป็นโรคอ้วนกับโรคหัวใจ
นี่เองที่ทำให้ใครต่อใครต่างอยากรู้คล็ดลับว่าทำไม “คนญี่ปุ่นถึงมีสุขภาพที่ดีได้ กระทั่งผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาหารญี่ปุ่นชาวอังกฤษคนหนึ่ง ได้มีการทำสำรวจเกี่ยวกับอายุขัยในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก เพื่อเทียบวิเคราะห์ถึงเหตุผลและปัจจัยอันเกี่ยวกับอายุขัยที่ยืนยาวของคนญี่ปุ่นว่า”
- เพราะอะไรคนญี่ปุ่นถึงมีคอเลสเตอรอลต่ำ? - เพราะอะไรคนญี่ปุ่นถึงมีอัตราการตายจากโรคหัวใจต่ำ? - และเพราะอะไรสุขภาพของคนญี่ปุ่นถึงเป็นแบบนี้ได้?
กระทั่งพบ “ความลับ” ว่า “อาหารญี่ปุ่น” คือตัวช่วยเสริมสุขภาพคนญี่ปุ่นให้ไม่มีปัญหาจากโรคภัยที่กล่าวมาได้ทั้งหมด อาหารที่ว่า เช่น ปลาดิบ - ซุปมิโซะ – เต้าหู้ – สาหร่ายคอมบุ (จากน้ำอุ่น) สาหร่ายโนริ (จากน้ำเย็น) เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นอาหารที่มีคอเลสเตอรอลต่ำ ปราศจากไขมันอิ่มตัว มีไอโอดีนและแร่ธาตุสูงมาก อีกทั้งยังมีอนุมูลเล็กๆ ที่ช่วยเสริมสุขภาพให้ดี ช่วยให้อาหารอร่อยยิ่งขึ้นด้วย
และเมื่อเจาะจงข้อมูลลงไปในพื้นที่ประเทศญี่ปุ่น ยังมีสิ่งที่น่าสนใจนั่นคือ พบว่า คนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่บนเกาะโอกินาวา อัตราการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ น้อยกว่า ส่วนอื่นในพื้นที่ของประเทศญี่ป่นและประเทศอื่นๆ ทั้วโลก นั่นเพราะ ชาวโอกานาวา มีการบริโภคน้ำตาล 25% เกลือ 20% และรับประทานผักเป็น 3 เท่า รับประทานปลามากกว่าเป็น 2 เท่า โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก ซึ่งมีโอเมก้า 3 ที่สำคัญต่อโครงสร้างการทำงานของสมอง เสริมสร้างระบบประสาท ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และ ไตรเอซิลกลีเซอรอลในพลาสมา ควบคุมระดับไลโปโปรตีน และมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงหน้าองค์ประกอบของเกล็ดเลือด ที่ช่วยลดความเสี่ยงของโรคทางเดินหายใจ โรคไขมันในเส้นเลือด และโรคหัวใจ ทั้งยังช่วยป้องกัน โรคอัลไซเมอร์ โรคหัวใจ ที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง และโรคไขข้ออักเสบได้ด้วย
“อาหารทะเล” จึงเป็นเสมือนยาอายุวัฒนะ หรืออาหารวัคซีน ที่ช่วยป้องกันโรคร้ายต่างๆ ซึ่งทำให้ชาวโอกานาวา มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง

วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เคล็ดลับแม่บ้าน
1.
ไข่ขาวสามารถใช้รักษาแผลน้ำร้อนลวกได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง โดยใช้ไข่ขาว มาทาที่น้ำร้อนลวกให้ทั่วทิ้งไว้จนแห้ง ไปเอง แล้วรอสักพักใหญ่ๆ จึงล้างออกจะไม่มีรอยแดง หรือพองเลย ข้อสำคัญ ก่อนทาไข่ขาวอย่าให้ถูกน้ำเย็นหรือของอื่นเลย และอย่าไปแกะ หรือเกาตอนที่ใกล้จะแห้ง เพราะจะทำให้หนังถลอก
2.
ยาหม่องสามารถใช้ขจัดหมากฝรั่งเปื้อนผ้าได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง โดยการใช้ยาหม่องถูตรงยางเหนียวๆ ของหมากฝรั่งไปมา ไม่นานยางของหมากฝรั่งก็จะหลุดออกหมด แล้วจึงนำผ้าไปซักตามปกติ
3.
ใส่หลอดในขวดซอสมะเขือเทศจะทำให้เทออกง่าย จริงหรือ

เฉลย
จริง โดยการใส่หลอดลงไปให้ลึกถึงก้นขวด เพื่อให้อากาศสามารถแทรกผ่าน เข้าไปในขวดได้ แล้วเทซอสมะเขือเทศ ก็จะไหลออกมาง่ายขึ้น
4.
ถุงน่องแช่น้ำเกลือช่วยให้ถุงน่องไม่ขาดง่าย จริงหรือ

เฉลย
จริง โดยการนำเกลือ 2 ถ้วยผสมกับน้ำ 1 แกลอน แช่ถุงน่องใหม่ไว้นาน 3 ชั่วโมง แล้วล้างด้วยน้ำเย็น ยกถุงน่องขึ้น มาตากให้น้ำหยดจนแห้ง ก็จะทำให้ถุงน่องคงสภาพ และเหนียวทนนาน
5.
มันฝรั่งกำจัดกลิ่นปลาร้าติดมือได้ จริงหรือ

เฉลย
ไม่จริง แต่มันฝรั่งสามารถกำจัดกลิ่นหัวหอมติดมือได้ โดยการนำมันฝรั่งที่ปอกแล้ว มาถูมือที่มีกลิ่นหัวหอมติดอยู่ กลิ่นหัวหอมก็จะค่อยๆ จางหายไป
6.
พริกแห้งใช้ไล่แมลงวันได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง เวลาตากของแห้งไว้ จะมีแมลงวันมาตอม ให้เอาพริกแห้ง 5 - 6 เม็ด เสียบไว้รอบกระด้ง ไอร้อนของพริก จะทำให้แมลงวันไม่กล้าเข้าใกล้
7.
เบียร์ช่วยคลายเกลียวขึ้นสนิมได้

เฉลย
จริง ให้รินเบียร์ลงไปบนเกลียวขึ้นสนิมนิดหน่อย รอ 2-3 นาที ความเป็นกรดของเบียร์ จะช่วยขจัดสิ่งสกปรก และเศษสนิม ทำให้เกลียวหมุนเปิดได้ง่ายขึ้น
8.
เอาผ้าไหมแช่ช่องแข็งจะทำให้รีดง่าย จริงหรือ

เฉลย
จริง การรีดผ้าไหม ควรใช้ไฟอ่อนๆ เพราะผ้าไหมจะไหม้เกลียม หรือเป็นสีเหลืองได้ง่าย แต่ถ้าผ้าไหมยับมาก ก่อนรีดควรฉีดพรมน้ำยาให้ทั่ว แล้วพับใส่ถุงพลาสติก นำไปแช่ในช่องแข็งของตู้เย็น ประมาณ 10 -15 นาที แล้วจึงนำออกมารีด จะทำให้รีดผ้าไหมได้ง่าย และเรียบยิ่งขึ้น
9.
นำเหรียญสลึงใส่แจกันช่วยให้ดอกไม้ไม่เหี่ยวเฉาได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง โดยให้หย่อนเหรียญสลึงลงไปในแจกัน ส่วนผสมที่เป็นทองแดงในเหรียญ จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ดอกไม้เหี่ยวเฉา
10.
ใบฝรั่งช่วยดูดกลิ่นได้ จริงหรือ

เฉลย
จริง โดยให้นำใบฝรั่งมาตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำ แยกกากใบออก น้ำมันหอมระเหยที่ได้ จะทำหน้าที่ดับกลิ่น ส่วนกากใบที่ได้ให้นำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อช่วยดูดกลิ่นได้

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

ความสัมพันธ์ไทยฝรั่งเศส
โครงการบูรณะค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี

เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2552 ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย คณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเิดิม และคณะกรรมการสมาคมฝรั่งเศส-ไทยเพื่อสาธารณประโยชน์ ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือโครงการบูรณะค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี

ประวัติศาสตร์ย่อเกี่ยวกับค่ายตากสิน
ตามอนุสัญญาข้อ 6 ในหนังสือสัญญาระหว่างกรุงฝรั่งเศส วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2426 ประเทศฝรั่งเศสยึดเมืองจันทบุรีและตราดไว้ และได้เลือกบริเวณบ้านลุ่ม (ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี) เพื่อเป็นที่ตั้งกองทัพ อันมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของชายแดนไทยเขมร และควบคุมอ่าวสยามที่ติดต่อกับแหลมมลายูของอังกฤษ จนกระทั่งถอนกำลังจากจันทบุรีเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2448อาคารทั้ง 8 หลัง ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของค่ายตากสินเมื่อปีพ.ศ.2532 สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมทหารฝรั่งเศส วัสดุก่อสร้างบางส่วนนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสอย่างกระเบื้องดินเผามุงหลังคาและอิฐจากมาร์เซยคณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเิดิม และคณะกรรมการสมาคมฝรั่งเศส-ไทยเพื่อสาธารณประโยชน์ ด้วยการสนับสนุนจากบริษัทฝรั่งเศสใหญ่ๆ หลายบริษัทอย่าง Bouygues Thailand และ Thalès ได้เริ่มงานบูรณะสถานที่แห่งนี้ซึ่งเป็นประจักษ์พยานของประวัติศาสตร์ร่วมระหว่าง 2 ชาติ
โบราณสถานในค่ายตากสิน จันทบุรี
ค่ายตากสินจันทบุรี เป็นสถานที่ตั้งของกองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑ กองพลนาวิกโยธิน
อยู่ที่บริเวณบ้านลุ่ม ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี เมืองจันทบุรีโบราณที่บ้านลุ่ม มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงยกทัพมาตีเมืองจันทบุรีแล้วยึดเป็นที่ตั้งมั่นในการเตรียมการกู้ชาติหลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาให้แก่พม่าในปี พ.ศ. ๒๓๑๐ในร.ศ. ๑๑๒ หรือปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ฝรั่งเศสซึ่งพยายามขยายอำนาจเข้าไปในลาวและเขมร ได้ใช้กำลังบังคับและยื่นคำขาดให้ไทยยกดินแดนของลาวทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงกับเขมรส่วนนอก ซึ่งเคยเป็นประเทศราชของไทยให้กับฝรั่งเศส ในระหว่างที่รอคอยให้สัญญาต่างๆ มีผลบังคับใช้ ฝรั่งเศสได้ทำการยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นประกันจนถึงปี
พ.ศ. ๒๔๔๘ เพื่อเป็นการปฎิบัติตามอนุสัญญาข้อ ๖ ซึ่งต่อท้ายหนังสือสัญญาระหว่างกรุงฝรั่งเศส วันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๒๖ (ร.ศ. ๑๑๒) แต่เหตุผลที่เลือกยึดเมืองจันทบุรีก็เพราะเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านยุทธศาสตร์เป็นจุดที่ควบคุมอ่าวสยามที่ติดต่อกับแหลมมลายูของอังกฤษ เป็นทางผ่านเข้าไปยังสามจังหวัดของไทยที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดด้านทรัพยากรธรรมชาติซึ่งได้แก่ บ่อพลอย บ่อไพลิน ในเขตเมืองเมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณนอกจากนั้นเมืองจันทบุรียังมีท่าเรือที่ปากแม่น้ำและมีอู่ต่อเรือระวางตั้งแต่ ๓๐๐-๔๐๐ ตัน การยึดจันทบุรีจึงเท่ากับยึดท่าเรือ อู่ต่อเรือ และเรืออื่นๆ ไว้เป็นการตัดกำลังไทยทางอ้อมด้วยกองทหารฝรั่งเศสได้ตั้งค่ายทหารขึ้นภายในบริเวณบ้านลุ่มหรือบริเวณที่เป็นค่ายตากสินในปัจจุบัน และที่ปากน้ำแหลมสิงห์ รวมทั้งได้สร้างสิ่งก่อสร้างอีกหลายหลัง ปัจจุบันหลักฐานร่องรอยต่างๆ ทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเมืองจันทบุรีที่บ้านลุ่ม ยังคงปรากฎเหลืออยู่ภายในบริเวณค่ายตากสินเท่านั้น อาคารที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นได้แก่ อาคารกองรักษาการณ์อาคารตอนซ่อมบำรุงและสรรพาวุธ อาคารพัสดุ อาคารคลังแสงหมายเลข ๕ ซึ่งแต่เดิมคงเป็นคลังกระสุนดินดำเนื่องจากทำใต้ถุนโปร่งและมีช่องระบายลมอยู่ทั่วไป และอาคารคลังแสงหมายเลข ๗ ซึ่งมีแผนผังคล้ายกับตึกแดงที่ปากน้ำแหลมสิงห์ ซึ่งฝรั่งเศสได้สร้างขึ้นเช่นกันภายหลังจากที่ทหารฝรั่งเศสถอนออกจากเมืองจันทบุรี เมื่อวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ.๒๔๔๘ บริเวณค่ายทหารที่ในบริเวณค่ายตากสินได้มีการใช้งานสืบต่อมาดังนี้
• พ.ศ. ๒๔๗๒ เป็นที่ตั้งของโรงประชาบาล และบ้านพักของข้าราชการฝ่ายปกครอง
• พ.ศ. ๒๔๗๙ เป็นที่ตั้งกองทหารม้า ม. พัน. ๔
• พ.ศ. ๒๔๘๘ เป็นที่ตั้งของพัน. นย. ๓ (กองพันทหารราบนาวิกโยธินที่ ๓)
• พ.ศ. ๒๔๙๗ เป็นที่ตั้งกองป้องกันพิเศษ จันทบุรี
• พ.ศ. ๒๔๙๘ ทางราชการได้สั่งขยายกำลังกองป้องกันพิเศษ จากกำลัง ๑ กองร้อย เป็น ๑ กองพัน ชื่อว่าพัน.ร.๒
นย. ต่อมาได้แปรสภาพเป็นกองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑ กรมผสมนาวิกโยธิน เมื่อ ๑๐ สิงหาคม
๒๕๒๑ และในปัจจุบันได้แปรสภาพเป็นกองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑ กองพลนาวิกโยธินหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินตั้งแต่ ๑ เมษายน ๒๕๓๒กลุ่มอาคารโบราณสถานที่สร้างขึ้นในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ายึดเมืองจันทบุรี ได้รับการบูรณะปรับปรุงและใช้งานมาตลอดแต่การบูรณะที่ผ่านๆ มาทำได้ในวงจำกัด เนื่องจากขาดงบประมาณและความรอบรู้ในการบูรณะโบราณสถานทำให้อาคารต่างๆ อยู่ในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นอันมาก อาคารเหล่านี้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในสมัยที่มีการล่าอาณานิคม ซึ่งการเสียดินแดนให้แก่ประเทศมหาอำนาจผู้แสวงหาเมืองขึ้น เป็นสิ่งที่หลืกเลี่ยงไม่ได้ แต่
การยอมเสียบางส่วนเพื่อแลกเปลี่ยนกับการอยู่รอดของชาติไทยทั้งหมด ย่อมนับว่าเป็นผลดีแก่ชาติ และการที่เป็นไปได้ดังนั้นก็เนื่องมาจากพระปรีชาญาณในด้านรัฐศาสตร์ และรัฐประศาสโนบายของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านของเราทั้งหมดต้องตกเป็นอาณานิคมของประเทศมหาอำนาจ เพราะการดำเนินนโยบายที่แตกต่างกันในปีพ.ศ. ๒๔๔๕ มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิมและกรมศิลปากรได้ร่วมกันสำรวจเพื่อทำแผนบูรณะซึ่งผลของการสำรวจในครั้งนั้งพบปัญหาดังนี้
• ปัญหาความชื้น ทำให้ผนังอาคารแตกร้าว และปูนฉาบหลุดการรั่วซึมของหลังคา เนื่องจากวัสดุที่ใช้หมดสภาพ
• ปัญหาโครงสร้างทรุดตัว
• กรอบและบานประตูส่วนใหญ่หมดสภาพผุพัง และบางส่วนถูกเปลี่ยนสภาพเป็นรูปแบบใหม่ซึ่งไม่สอดคล้อง
กับยุคสมัยของอาคารต่อมาในปี ๒๕๕๑ คณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม กองทัพเรือ และกรมศิลปากรได้มีแนวคิดร่วมกันในการจัดโครงการบูรณะโบราณสถานแห่งนี้ และได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี องค์ประธานที่ปรึกษาของมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม เสด็จพระราชดำเนินมาเปิดโครงการฯ ณ ค่ายตากสินอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑สำหรับงบประมาณในการบูรณะทั้งหมดคาดว่าจะไม่น้อยกว่า ๕๐ ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการได้พยายามจัดกิจกรรมหารายได้ต่างๆ รวมทั้งรับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา และในการนี้ ฯพณฯ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย นายโลรองต์ บีลี่ ได้ให้การสนับสนุนโครงการนี้ และได้กรุณาประสานกับคณะกรรมการฝรั่งเศส-ไทยตลอดจนตัวแทนของภาคเอกชนชาวฝรั่งเศสในประเทศไทย อาทิเช่น บริษัท BOUYGUES THAI LTD., บริษัท THALESINTERNATIONAL (THAILAND) CO., LTD. ฯลฯ เพื่อให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือ ทั้งในด้านเงินทุนและด้านเทคนิคในการอนุรักษ์โบราณสถานในค่ายตากสินแห่งนี้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในสมัยปัจจุบัน