วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552


การดูแลผิวหน้าหนาว

ลมหนาวแรกกําลังพัดมาให้เย็นชื่นใจ แสนสบายตัว แต่อย่ามัวปล่อยตัวไปกับอากาศเย็น ๆ เพราะผิวพรรณที่เคยดูแลมาตลอดอาจเสียไปง่าย ๆ โดยเฉพาะกับแสงแดดตัวร้ายที่ยังแฝงตัวอยู่กับลมหนาวตลอดเวลา งานนี้ "นพ.วัชรพงศ์ ชูศรี" แพทย์ประจําโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้ให้คําแนะนําเรื่องการปกป้องผิวจากแสงแดดในหน้าหนาวให้สาว ๆ ได้อวดผิวสวยตลอด "การดูแลผิวหน้าหนาวนี้ นอกจากการดูแลผิวให้ชุ่มชื้นแล้ว จะต้องไม่ละเลยการปกป้องผิวจากแสงแดดเช่นเดิม ข้อเท็จจริงแล้วแสงแดดนั้นให้ทั้งคุณและโทษ ข้อดีคือ ให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ช่วยในการมองเห็น ช่วยในการสังเคราะห์วิตามินดี แต่ควรเป็นเป็นแสงแดดอ่อน ๆ ในช่วงเช้า หากถูกแดดจัดหรือผิว สะสมแดดเป็นเวลานานโดยขาดการป้องกัน ก็จะให้ข้อเสียคือ ผิวไหม้ แดง เกิดกระ ฝ้า ริ้วรอย แก่ก่อนวัย หรือร้ายแรงถึงขั้นเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง" การป้องกันผิวจากแสงแดดง่าย ๆ คือการใช้ผลิต ภัณฑ์กันแดดที่ปกป้องทั้งรังสียูวีเอ และยูวีบี, ดูค่า SPF (Sun Protection Factor) หรือค่าที่บ่งบอกการป้องกันแดดได้ จํานวนกี่เท่าของผิวปกติ ควรเลือกที่สูงพอเหมาะกับการใช้ชีวิตและกิจกรรม เช่น ทํางานออฟฟิศ ไม่ค่อยถูกแดด เลือกประมาณ SPF 15-20 ส่วนนักกีฬาที่เล่นกลางแจ้ง เลือกประ มาณ SPF 30-50 นอกจากนี้ยังควรมีคุณสมบัติในการกันน้ำ กันเหงื่อ หรือปราศจากน้ำหอมสําหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย ภายในผลิตภัณฑ์กัน แดดมักมีส่วนประกอบพวกสารอินทรีย์ เช่น ซิงค์ หากมีมากเกินไปก็จะทําให้ใบหน้าขาววอก และสารอนินทรีย์ เช่น น้ำมัน ซึ่งจะเคลือบอยู่บนผิว มันมากเกินไปก็อาจทําให้เกิดผื่นแพ้ เสี่ยงต่อการเกิดสิว แต่สมัยนี้มีหลายเนื้อให้เลือกทั้งแบบครีม แบบโลชั่น หรือแบบฟลูอิด ซึ่งมีน้ำมันน้อยกว่า มีความบางเบากว่า ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ นอกจากนี้ บางตัวยังมีผสมพวกวิตามินอี โปรวิตามิน บี 5 อโลเวรา ที่ช่วยบํารุงผิวพร้อมปกป้องรังสียูวีไปในตัว เพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นมากกว่าการป้องกันแสงแดด จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดให้เป็นนิสัย และหลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงแดดจัด และปกป้องด้วยวิธีอื่นช่วย เช่น สวมใส่เสื้อผ้ามิดชิด, กางร่ม, ใส่หมวก, ใส่แว่นตากันแดด เป็นต้น

วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

คุณ และ โทษ ของเวบแคม
เพื่อให้ทันกับกระแสสมัยนิยม ปัจจุบันนี้ไม่มีใครที่จะหาคู่ด้วยการทำเป็นเดินชนกันแล้วเกิดรักแรกพบกันอีกต่อไป สาวๆจึงหันมาหาคู่ผ่านอินเตอร์เน็ต แต่ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นกว่าเก่าเพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะสวยเลือกได้ วันนี้ women.mthai มีอ็อปชั่นเสริมให้สวยด้วยสติปัญญามาฝากสาวๆ กัน
1.ก่อนอื่นต้องเข้าใจธรรมชาติของแสง ถ้ามันมาจากข้างบน มันต้องมีเงาตกกระทบข้างล่างเสมอ ให้น้องไปซื้อโฟมแผ่น (ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำกระทง) มารองไว้ตรงพื้นในองศาที่กล้องมองไม่เห็นแล้วน้องจะดูสวยสง่ามาสองเท่าตัว
2.ถ้าในกรณีที่ไฟไม่ได้มาจากด้านบน องศาของแสงมาในมุมเฉียง ให้น้องเอาโฟมอีกแผ่นหนึ่ง วางต้านขนานเส้นทางของแสง (ยกเว้นว่าน้องหน้ากลม การถูกเงาบดบังหน้ากลับเป้นสิ่งดี จึงไม่จำเป็นต้องใช้โฟม)
3.ในส่วน properties ของกล้องเวปแคมจะมีการปรับค่า brightness ให้ปรับให้ขาวจนน้องสาแก่ใจ ซึ่งวิธีง่ายๆแบบนี้คนทั่วไปก็รู้ไต๋กันอยู่แล้ว หนูต้อง advance กว่านี้ ด้วยการเขียนคิ้ว เขียนตา ปัดแก้ม ทาปากให้สีเข้มกว่าเดิม และเสื้อที่ใส่ให้เลือกสีเข้ม เพื่อน้องจะได้ไม่ดูลอยซีดจางเหมือนวิญญาณผีเกอิชา
4.ถ้า background ของห้องมีสีขาวให้รีบเคลียร์ส่วนที่เป็นสีขาวนั้นออกไป เพราะถ้าปรับค่า brightness ส่วนที่เป็นวัตถุสีขาวจะหายไป ผู้ชายจะจับได้ว่าหนูปรับสีสว่างเกินจริง
5.ถ้า background เป็นสีขาวอยู่แล้ว เพราะห้องปุถุชนส่วนใหญ่จะทาสีขาว ให้หาโปสเตอร์หนังฉลาดใต้ดิน (เพราะส่วนใหญ่หนังฉลาดใต้ดินจะสีทึมๆ) มาปิดทับผนังจะช่วยให้ดูเนียนขึ้น แถมไม่พอยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้ดูเป็นคนฉลาดมีการศึกษาเข้าใจถึงแก่นแท้ศิลปะอีกด้วย
6.องศาของกล้องก็มีส่วนช่วยให้ดูดีได้ ถ้าหน้ากลมให้ตั้งกล้องไว้มุมบนแล้วกดลงมา รูปหน้าจะดูยาวขึ้น ถ้าหน้ารูปสามเหลี่ยมให้ตั้งกล้องเสยนิดๆ เพราะจะเป็นมุมสวยสุด หน้าสี่เหลี่ยมให้เอาผมปิดหู แล้วเอาโคมไฟอ่านหนังสือมาส่องตรงจุดเหนือศีรษะ เพื่อให้รูปหน้าดูเรียวยาวขึ้น ถ้าหน้าเน่าแต่หุ่นดีให้ตั้งกล้องไกลๆ เอาผมปรกๆ หน้า แต่ถ้าหน้าเน่าและหุ่นไม่ดี ให้ใช้ความงามจากภายในแลกมา โดยการอย่าเพิ่งโชว์กล้องให้คุยแบบคนดีให้ชายรู้สึกสบายใจจนไม่แคร์ที่รูปทรัพย์ วิธีนี้ได้ผลมานักต่อนักนะ เป็นเล่นไป
7.ห้ามแต่งตัวเยอะเอะอะมะเทิ่ง ไม่ควรใส่เครื่องประดับแหวนกำไลเข็มขัด แว่นตากันแดด เพราะจะดูตั้งใจสวย แล้วผู้คนจะจับได้ว่า setting ขึ้นมา
กรุ๊ปเลือดบอกนิสัยการเงิน
กรุ๊ป A
เป็นคนที่มีระเบียบในชีวิต มีความคิดเป็นระบบเหมือนลิ้นชัก มีความรับผิดชอบสูง และชอบคิดว่าเรื่องของคนอื่นคืองานของตนเอง ที่สำคัญติดหลงตัวเองนิด ๆ พอน่ารัก
นิสัยการเงิน
กรุ๊ปเอเป็นกรุ๊ปที่เก็บเงินได้เก่ง มีเงินเหลือเล็กๆ น้อย ๆ ก็เอาเข้าบัญชี แต่ทว่าเมื่อถึงคราวที่จะต้องใช้ก็มักจะเทออกมาหมดหน้าตักจนเกลี้ยงกระเป๋าเลยทีเดียว ที่สำคัญคนกรุ๊ปเอมักเชื่อว่าตนเองนั้นรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่บางทีทิฐิมานะควรเอาไปใช้ให้ถูกทางดีกว่า นอกจากนั้น เวลาช้อปปิ้ง คนกรุ๊ปเอจะมีรสนิยมสูง นิยมของแบรนด์เนม แต่เมื่อเปิดตู้เสื้อผ้าดูแล้วก็มักมีแต่เสื้อผ้าที่เหมือน ๆ กันไปหมด
กรุ๊ป B
สาวใสหัวใจศิลปิน เธอผู้นี้ใช้อารมณ์เหนือเหตุผลทั้งปวง แม้ว่าจะตกลงไปเที่ยวกันอย่างดิบดีแล้ว เธอก็อาจจะไม่ไปเสียดื้อ ๆ ส่วนข้อดีของเธอคือการเป็นนักสร้างสรรค์ที่หาตัวจับยาก และพูดตรงจนใคร ๆ กลัวเชียวล่ะ
นิสัยการเงิน
เนื่องจากเธอคนนี้ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ บางครั้งก็ประหยัดจนไส้กิ่วแต่บางครั้งก็ซื้อของหรูหราได้อย่างไม่เสียดายเงิน เพราะเพียงว่าเธออยากได้แค่นั่นเอง และบางครั้งก็มักทำเรื่องผิดพลาดทางการเงินง่าย ๆ ประเภทเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย (เป็นประจำ) ส่วนใหญ่จะเก็บเงินได้ดียามที่มีกฏข้อบังคับ เช่น ฝากประจำ เล่นแชร์ เป็นต้น
กรุ๊ป O
สาวคนนี้มีเพื่อนเยอะ มีความยืดหยุ่นสูงร่วมกับความโลเลบ้างในบางครั้ง ค่อนข้างจะถนอมน้ำใจคนอื่นๆ มากกว่าที่จะว่ากล่าวไปตรงๆ แต่เมื่อระเบิดแล้วใครๆ ก็ห้ามไม่อยู่
นิสัยการเงิน
คนกรุ๊ปโอไม่โผงผางออกจะเป็นคนเรื่อยๆ มากกว่า ดังนั้น เรื่องการเงินจะค่อนข้างมีระเบียบวินัยกว่ากรุ๊ปอื่น ๆ แต่มักไปเสียเงินเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น หนังสือการ์ตูน กระเป๋าย่ามใบเล็ก ๆ หรือแม้แต่กิ๊บติดผม ที่สำคัญคนกรุ๊ปนี้มักมีเงินแอบเก็บก้อนโตไว้เสมอ จึงมักไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเงินทอง
กรุ๊ป AB
เป็นสาวที่คิดอะไรไม่เหมือนใคร ชอบเอาตนเองไปผูกพันกับความรู้สึกของคนอื่น แต่มักสร้างเกราะกำบังตัวเอง ไม่ชอบเปิดใจให้แก่ใครนัก ทำให้คุณเป็นคนที่มีเพื่อนน้อย
นิสัยการเงิน
ด้วยลักษณะนิสัยที่เป็นคนคิดเยอะ เวลาใครชวนทำประกันชีวิตหรือกองทุนต่าง ๆ ก็มักปฏิเสธหรือไม่ให้คำตอบ แถมความคิดมากนั้นไม่ค่อยออกมาเป็นรูปธรรมสักเท่าไร มักคิดแล้วก็หลงลืมไปปล่อยให้เป็นปัญหาคาราคาซังอยู่อย่างนั้น แต่กรุ๊ปเอบีบางคนก็เป็นสุดยอดในการหมุนเงินที่หาตัวจับยากทีเดียว

วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552


10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี

ในแต่ละวันเราจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากมาย มีคำแนะนำจากหลายสำนักให้กินนั่น ห้ามกินนี่จนไม่รู้จะเชื่อใครดี วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ของการกินให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพอย่างเต็มที่มาฝาก

1. กินอาหารเช้า เป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ส่งผลต่อจิตใจ และพลังชีวิตของคุณไปตลอดทั้งวัน และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ช่วยเผาผลาญพลังงานให้ดีขึ้น ทำให้คุณกินอาหารในมื้ออื่นๆ น้อยลง
2. เปลี่ยนน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร ยอมจ่ายแพงสักนิดใช้น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันดอกทานตะวัน ปรุงอาหารแทนน้ำมันแบบเดิมที่เคยใช้ เพราะเป็นไขมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย และมีกรดไขมันอิ่มตัวที่เป็นประโยชน์ ช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี
3. ดื่มน้ำให้มากขึ้น คนเราควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย (ยกเว้นในรายที่ไตทำงานผิดปกติ) เพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ในร่างกาย ฟื้นฟูระบบขับถ่าย รักษาระดับความเข้มข้นของเลือด จะทำให้สดชื่นตลอดวันเลยทีเดียว
4. เสริมสร้างแคลเซียมให้กับกระดูก ด้วยการดื่มนม กินปลาตัวเล็กทั้งตัวทั้งก้าง เต้าหู้ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักใบเขียว เพราะแคลเซียมเป็นสิ่งจำเป็นที่จะเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก ทำให้ระบบประสาททำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
5. บอกลาขนมและของกินจุบจิบ ตัดของโปรดประเภทโดนัท คุกกี้ เค้กหน้าครีมหนานุ่ม ออกจากชีวิตบ้าง แล้วหันมากินผลไม้เป็นของว่างแทน วิตามิน และกากใยในผลไม้ มีประโยชน์กว่าไขมัน และน้ำตาลจากขนมหวานเป็นไหนๆ
6. สร้างความคุ้นเคยกับการกินธัญพืชและข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน ข้าวฟ่างและลูกเดือย รวมทั้งข้าวกล้องที่เคยคิดว่าเป็นอาหารนก ได้มีการศึกษาและค้นคว้าแล้ว พบว่า ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจถึง 1 ใน 3 เลยทีเดียว เพราะอุดมไปด้วยไฟเบอร์ ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และควบคุมน้ำตาลในเลือดให้สมดุล
7. จัดน้ำชาให้ตัวเอง ทั้งชาดำ ชาเขียว ชาอู่ล่ง หรือเอิร์ลเกรย์ ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ การดื่มชาวันละ 1 ถึง 3 แก้ว ช่วยลดอัตราเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหารถึง 30%
8. กินให้ครบทุกสิ่งที่ธรรมชาติมี คุณต้องพยายามรับประทานผักผลไม้ต่างๆ ให้หลากสี เป็นต้นว่า สีแดงมะเขือเทศ สีม่วงองุ่น สีเขียวบล็อกเคอรี สีส้มแครอท อย่ายึดติดอยู่กับการกินอะไรเพียงอย่างเดียว เพราะพืชต่างสีกัน มีสารอาหารต่างชนิดกัน แถมยังเป็นการเพิ่มสีสันการกินให้กับคุณด้วย
9. เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนรักปลา การกินปลาอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง ได้ทั้งความฉลาดและแข็งแรง เพราะปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 และโปรตีน ที่ช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และบำรุงเซลล์สมอง ทั้งยังมีไขมันน้อย อร่อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการหุ่นเพรียวลมเป็นที่สุด
10. กินถั่วให้เป็นนิสัย ทำให้ถั่วเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่คุณต้องกินทุกวัน วันละสัก 2 ช้อน ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว หรือว่าของว่างก็ทั้งโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญๆ หลายชนิด ต่างพากันไปชุมนุมอยู่ในถั่วเหล่านี้ ควรกินถั่วอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรกินครั้งละมากๆ เพราะมีแคลอรี่สูง อาจทำให้อ้วนได้

วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552


ใช้ขวดพลาสติกเติมน้ำซ้ำๆ ระวังเชื้อโรคถามหา
เจ้าขวดพลาสติกหรือเพทที่นำมาล้างเรื่อยๆ เกิดมีรอยร้าว บุบ แตกหรือเปลี่ยนสี อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและก่อมะเร็งให้คุณได้เหมือนกัน
หลายคนหวังลดขยะขวดน้ำพลาสติกด้วยการนำขวดน้ำมาล้างและนำกลับมาเติมน้ำใหม่ พกพาไปไหนต่อไหน ไม่ต้องซื้อน้ำดื่มขวดใหม่เรื่อยๆ ทำให้ประหยัดเงินและช่วยลดภาวะโลกร้อนอีกต่างหาก แต่
เรื่องนี้นายประกาย บริบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ออกมาเตือนคนไทยที่นิยมนำขวดเพทมาล้างและบรรจุน้ำดื่มแช่เย็นไว้ในตู้เย็นว่า แม้ขวดเพทที่บรรจุน้ำดื่ม น้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้จะมีความคงทนแข็งแรงกว่าขวดพลาสติกประเภทอื่นๆ แต่การนำกลับมาล้างใช้ใหม่ต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล้างทำความสะอาดขวดเพทที่มีรูปทรงหรือร่องที่เป็นลวดลายสวยงามของขวด ที่ทำความสะอาดยากและไม่สะอาดพอจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอย่างดี ถ้าสังเกตว่าขวดน้ำที่ผ่านการล้างและใช้ซ้ำนานๆ มีรอยร้าว บุบ แตก มีสีที่เปลี่ยนไป ขุ่นหรือมีคราบเหลืองให้ทิ้งทันที
นอกจากนี้ยังฝากเตือนคนชอบซื้ออาหารห่อกลับบ้านถึงอันตรายจากการใช้โฟมใส่อาหาร ที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็ง เพราะโฟมใส่อาหารผลิตจากสารเคมีโพลีสไตลีน ที่ไม่ทนต่อความร้อน ถ้าผู้ประกอบอาหารไม่รองใบตองหรือถุงร้อนทั้งด้านบนและล่างโฟมก่อนวางอาหาร เมื่อถูกความมันจากอาหารสารเคมีจะละลายได้ง่ายขึ้น เมื่อรับประทานสะสมเป็นเวลานานอาจเป็นโรคมะเร็งได้
การมีใจประหยัดหรือช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมโลกก็ดีอยู่ แต่ก็อย่าลืมว่าสุขภาพตนเองก็สำคัญนะคะ

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552


ลอยกระทง วันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง
ลอยกระทงเป็นพิธีอย่างหนึ่งที่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน ๑๒ หรือวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัว ฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ และความเชื่อต่างๆกัน สำหรับในปีนี้วันลอยกระทงตรงกับวันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ประเพณีลอยกระทง มิได้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศจีน อินเดีย เขมร ลาว และพม่าก็มีการลอยกระทงคล้ายๆกับบ้านเรา จะต่างกันบ้างก็คงเป็นเรื่องรายละเอียด พิธีกรรม และความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น แม้แต่ในบ้านเราเอง การลอยกระทงก็มาจากความเชื่อที่หลากหลายเช่นกัน

ทำไมถึง ลอยกระทง
การลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าปฏิบัติกันมาแต่เมื่อไร เพียงแต่ท้องถิ่นแต่ละแห่งก็จะมีจุดประสงค์และความเชื่อในการลอยกระทงแตกต่างกันไป เช่น ในเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ก็จะเป็นการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นบูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา ซึ่งปัจจุบันคือแม่น้ำเนรพุททาในอินเดีย หรือต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลกเมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธมารดา นอกจากนี้ ก็ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อบูชาพระอุปคุตเถระที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล บางแห่งก็ลอยกระทงเพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของตน บางแห่งก็เพื่อแสดงความขอบคุณพระแม่คงคาซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งขอขมาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป ส่วนบางท้องที่ก็จะทำเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์/ลอยทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ และส่วนใหญ่ก็จะอธิษฐานขอสิ่งที่ตนปรารถนาไปด้วย

ความสวยที่มาจากน้ำผึ้ง

ใครรู้บ้างว่า... น้ำผึ้งสามารถทำให้สวยได้อย่างไร? วันนี้เกร็ดความรู้มีคำตอบมาบอก...

ก่อนอื่นต้องทดสอบก่อนว่า น้ำผึ้งที่ใช้นั้นเป็นน้ำผึ้งแท้รึเปล่า? วิธีทดสอบคือ ตั้งทิ้งไว้สักพัก ถ้าเป็นน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติ จะสังเกตเห็นเกสรดอกไม้ลอยอยู่ด้านบน

หน้าแห้งแตกเป็นขุย

ใครที่มีผิวหน้าแห้งกร้าน ให้นำไข่แดง 1 ฟอง และน้ำผึ้ง 1 ช้อน ผสมให้เข้ากัน พอกหน้าทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

น้ำผึ้งสยบสิวเสี้ยนบนใบหน้า

หลังล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นแล้ว เช็ดหน้าให้แห้ง จากนั้น นำกล้วยหอมครึ่งลูกมาบดผสมกับน้ำผึ้ง นำมาทาบนใบหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพราะน้ำผึ้งมีเอนไซม์ที่ทำให้หน้าคุณชุ่มชื่นนุ่มนวลมากขึ้น และบำรุงผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ได้อีกด้วย

ผมหยาบกระด้างเกินเยียวยา

หลังสระผมเสร็จ นำน้ำผึ้งผสมกับน้ำมันมะกอกอย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ ชโลมให้ทั่วผมแล้วทิ้งไว้ 3-5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผมจะนิ่มและเงางามดุจเส้นไหม

สครับหน้าแบบง่าย ๆ

แค่เพียงนำน้ำผึ้งผสมกับแอปเปิ้ลมาปั่นรวมกัน ทาให้ทั่วใบหน้าแล้วนวดเบา ๆ ความหยาบของแอปเปิ้ลจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าให้ออกไป ทำให้ผิวหน้าสดใสเปล่งปลั่งขึ้น

สูตรไล่ตีนกาออกจากหน้า

นำแครอท 1 หัวเล็ก มาปอกเปลือกและปั่นให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง และนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด