วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

โจฮันเนส เคพเลอร์ (Johannes Kepler) นักวิทยาศาสตร์ สาขาดาราศาสตร์

เคพเลอร์เป็นนักดาราศาสตร์ที่มีผลงานดีเด่นท่านหนึ่ง เขาเป็นนักดาราศาสตร์ที่พบว่าการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ไม่ได้เป็นวงกลม ตามที่นิโคลัส โคเปอร์นิคัส เข้าใจ แต่เขาพบว่าการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์เป็นไปในลักษณะวงรี ซึ่งเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขามากที่สุด และสร้างประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับวงการดาราศาสตร์ในยุคนั้น และส่งผลต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้

ในปี ค.ศ. 1593

หลังจากจบการศึกษาเขาได้เข้าทำงานในตำแหน่งศาสตราจารย์ สอนวิชาคณิตศาสตร์และดาราคพเลอร์เกิดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 1571 ที่เมืองวีล ประเทศเยอรมนี ครอบครัวของเคพเลอร์ค่อนข้างยากจน บิดาของเขาเป็นทหารและมีนิสัยชอบดื่มสุรา ทำให้เกิดทะเลาะวิวาทกับมารดาของเขาเสมอ และไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่เคพเลอร์ ทำให้เขาล้มป่วยด้วยไข้ทรพิษ แม้ว่าเขาจะรอดชีวิตมาได้แต่ต้องพิการแขนข้างหนึ่ง และสายตาก็ไม่ค่อยดีเท่าไร ถึงแม้ว่าฐานะของครอบครัวจะยากจน แต่ด้วยความที่เคพเลอร์เป็นคนขวนขวายที่จะศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ เขาได้สมัครเข้าทำงานเป็นเด็กรับใช้ของนักบวชเพื่อแลกกับการเข้าเรียนในโรงเรียนภายในโบสถ์แห่งนั้น เคพเลอร์เป็นเด็กที่มีความขยันขันแข็ง เขาใช้เวลาส่วนใหญ่กับการอ่านหนังสือ และหาความรู้เพิ่มเติมทำให้เขาสามารถสอบไล่ได้ที่ 1 เป็นประจำทุกปี อีกทั้งเขายังได้รับทุนการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยทูบินเกน (Tubingen University) เคพเลอร์ได้เข้าศึกษาในวิชาดาราศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ตามคำแนะนำของศาสตราจารย์มิคาเอล มัสท์ลิน (Michael Mastlin) นักดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ ซึ่งเคพเลอร์ก็สามารถเรียนได้เป็นอย่างดี เคพเลอร์จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยทูบินศาสตร์ ประจำมหาวิทยาลัยกราซ (Graz University) ที่ประเทศออสเตรีย (Austria) ในระหว่างนี้เขาได้ทำการทดลองเกี่ยวกับดาราศาสตร์หลายเรื่อง ได้แก่ ลักษณะการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ สาเหตุของการโคจร ระยะเวลาการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์แต่ละดวงว่าทำไมถึงแตกต่างกัน และทำไมถึงมีดาวเคราะห์ 6 ดวง อีกทั้งสิ่งที่มีอิทธิพลต่อการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ ซึ่งในขณะนั้น ยังไม่มีนักดาราศาสตร์ผู้ใดสรุปเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้เลย เพราะพวกเขาก็ไม่พบคำตอบ เคพเลอร์ทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยกราซได้เพียง 7 ปี เท่านั้น เขาก็ลาออก

เนื่องจากได้รับการติดต่อจากทิโค บราห์ (Tycho Brahe) นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก ได้เชิญเคพเลอร์ไปสนทนาเกี่ยวกับเรื่องดาราศาสตร์ ซึ่งเคพเลอร์เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดี อีกทั้งหอดูดาวเบนาทคี (Benatky) มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยมากเหมาะ สำหรับการค้นคว้าทางดาราศาสตร์ แต่เมื่อเคพเลอร์เดินทางไปถึงกรุงปราค เขาได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้ารูดอล์ฟที่ 2 (King Rudolph II) ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยของทิโค บราห์ นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์ก (ค.ศ. 1546 - 1601) ที่หอดูดาวเบนาทคีที่กรุงปราค หลังจากนั้นอีก 1 ปี บราห์ก็เสียชีวิต พระเจ้ารูดอล์ฟที่ 2 ให้ เคพเลอร์ ดำรงตำแหน่งและปฏิบัติงานต่อจากที่บาร์ห์ทำไว้ งานชิ้นสำคัญที่บารห์ทิ้งไว้ และยังไม่สำเร็จ คือ รูดอล์ฟที่ 2 ผู้ให้การสนับสนุน บารห์ได้ทำบันทึกบอกตำแหน่งของดวงดาวต่าง ๆ ที่ไม่เคลื่อนที่ไว้ถึง 777 ดวง ต่อมาเคพเลอร์ได้ติดตาม และเฝ้าดูดวงดาวเหล่านี้ และได้พบดวงดาวเพิ่มอีก 228 ดวง รวมเป็น 1,005 ดวง บัญชีตารางดาวรูดอล์ฟเฟียนเป็นบัญชีตารางดาวที่สมบูรณ์แบบและถูกต้องมากที่สุด ซึ่งเคพเลอร์ใช้เวลาในการในการค้นคว้านานถึง 27 ปี บัญชีตารางดาวรูดอล์ฟเฟียนมีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักเดินเรือ เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีอุปกรณ์ ที่ช่วยในการเดินเรือที่ทันสมัยอย่างเช่นในปัจจุบัน ดังนั้นจึงต้องสังเกตการณ์จากดวงดาวบนท้องฟ้าเป็นสำคัญ

Johannes Kepler: Tabulae Rudolphina, 1627

แต่ในระหว่างที่เคพเลอร์ทำบันทึกตารางดาวอยู่นี้ เขาได้ศึกษาทฤษฎีดาราศาสตร์หลายเรื่อง ได้แก่ การโคจรของดาวเคราะห์ ซึ่งตามทฤษฎีของนิโคลัส โคเปอร์นิคัส กล่าวว่า "เทหวัตถุบนฟากฟ้าใด ๆ โคจรในลักษณะวงกลมเสมอ" จากการเฝ้าติดตามดูดวงดาว บนฟากฟ้าเป็นเวลานานประกอบกับอุปกรณ์อันทันสมัย เคพเลอร์พบว่าดาวเคราะห์ไม่ได้โคจรเป็นวงกลมแต่โคจรเป็นวงรี อีกทั้งระยะเวลาในการหมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์ยังมีความเร็วต่างกันอีกด้วย คือ ในขณะที่ดาวเคราะห์โคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ดาวเคราะห์จะหมุนรอบตัวเองช้าลง ทำให้การเคลื่อนที่ช้าลงตามไปด้วย แต่ถ้ายิ่งอยู่ห่างดวงอาทิตย์มากขึ้นเท่าไหร่ ก็จะยิ่งหมุนเร็วมากขึ้น ปรากฏการณ์เช่นนี้สามารถสังเกตได้จากฤดูกาลบนโลก คือ ในฤดูหนาวมีระยะเวลากลางวันสั้นกว่าในฤดูร้อนจากผลงานการค้นพบครั้งนี้ในปี ค.ศ. 1609 เคพเลอร์ได้ตีพิมพ์ผลงานออกมาเล่มหนึ่งชื่อว่า Astronomia Nova หรือการค้นพบครั้งใหม่ทางดาราศาสตร์ ภายในหนังสือเล่มนี้เคพเลอร์ได้อธิบายเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของดาวเคราะห์คือ การโคจรเป็นวงรีของ ดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ (Law of Elliptic Orbits)

ในปี ค.ศ. 1619 เคพเลอร์ได้ตีพิมพ์หนังสือออกมาเล่มหนึ่งชื่อว่า Harmonices Mundi (Harmonics of the World) หรือ ความกลมกลืนของจักรวาล ภายในหนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างระยะทางและระยะเวลาในการ หมุนรอบตัวเองของดาวเคราะห์ เคพเลอร์ได้นำมาตั้งเป็นกฎชื่อว่า Law of Planetary Motion

เคพเลอร์ทำงานอยู่ที่หอดูดาวเบนาทคีจนกระทั่งพระเจ้ารูดอล์ฟที่ 2 สิ้นพระชนม์ ในปี ค.ศ. 1612 เคพเลอร์จึงลาออก แต่ก็ยังศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับดาราศาสตร์จนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1630

ติดส่ง SMS ทำลายกระดูกและเส้นเอ็น

โทรศัพท์



ติดส่ง SMS ทำลายกระดูกและเส้นเอ็น (Lisa)

นักวิจัยชาวอเมริกัน ศ.เชอร์รี่ เทอร์เคลิ (Sheny Turkle) ได้วิจัยพฤติกรรมการส่ง SMS ของวัยรุ่นเป็นเวลา 3 ปี พบว่าวัยรุ่นบางคนส่ง SMS เป็นร้อยครั้งทุกวัน หรือบางคนเข้านอนดึกเพราะต้องตอบ SMS

ซึ่งนักวิจัยเห็นว่า วัยรุ่นกลุ่มนี้ติดการส่ง SMS ทั้งนี้ แพทย์จากมหาวิทยาลัยวอชิงตันได้เตือนว่าการติด SMS จะทำให้นอนไม่หลับ หวาดกลัว และขาดสมาธิ มีผลกระทบกับการเรียน มีปัญหากับกระดูกและเส้นเอ็นอักเสบเพราะใช้มือและนิ้วมากเกินไป คล้ายกับผู้ที่ต้องพิมพ์คอมพิวเตอร์ ทั้งวัน

แต่ปัญหานี้ยังไม่ค่อยมีการวิจัยมากนัก กระนั้นก็ตาม นักวิชาการได้กล่าวเตือนว่าการติดส่ง SMS จะมีผลกระทบต่อร่างกายและสมอง จึงควรเพลาๆ ลงบ้างและหากิจกรรมอื่นทำ เช่น เล่นกีฬา

วันพุธที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2553

สารพัดประโยชน์ของน้ำมันมะกอก

เด็กดีดอทคอม :: น้ำมันมะกอกสารพัดประโยชน์เกินคาดคิด; tags: เรื่องน่ารู้,ไลฟ์สไตน์,เลือก,วิธี,สุขภาพ,เคล็ดลับ,ประโยชน์,จิตใจ,แจ่มใส,เหมาะสม,ผ่อนคลาย,เสน่ห์,ชาย,หนุ่ม,หญิง,สาว,วิธีแก้,สมุนไพร,มะกอก,รักษา,โรค,แก้อาการ,เมื่อย,ช่วยย่อย,น้ำมันมะกอก,หัวใจ


ควบคุมคอเลสเตอรอล

เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าน้ำมันมะกอกช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลชนิดเลวให้อยู่ในระดับต่ำและส่งผลดีต่อหัวใจ แต่ขณะนี้การศึกษาที่ฟิลาเดลเฟียบ่งชี้ว่าสารประกอบในน้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์ยังออกฤทธิ์คล้ายกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน แต่ไม่ส่งผลข้างเคียงหรือกัดกระเพาะอาหาร จากการค้นคว้าวิจัยพบว่า น้ำมันมะกอกนั้นสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ในขณะเดียวกันจะไม่ทำให้คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดระดับลง

หัวใจล้มเหลว


ปัจจุบัน เชื่อกันว่าการอักเสบมีอิทธิพลต่อโรคหลอดเลือดต่างๆ โรคมะเร็งบางชนิด และโรคหลงลืมในคนสูงวัย ซึ่งอาจช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันมะกอกจึงช่วยป้องกันโรคความดันโลหิตสูง หัวใจล้มเหลว หัวใจวาย ไตวาย และเส้นเลือดในสมองแตก


เด็กดีดอทคอม :: น้ำมันมะกอกสารพัดประโยชน์เกินคาดคิด; tags: เรื่องน่ารู้,ไลฟ์สไตน์,เลือก,วิธี,สุขภาพ,เคล็ดลับ,ประโยชน์,จิตใจ,แจ่มใส,เหมาะสม,ผ่อนคลาย,เสน่ห์,ชาย,หนุ่ม,หญิง,สาว,วิธีแก้,สมุนไพร,มะกอก,รักษา,โรค,แก้อาการ,เมื่อย,ช่วยย่อย,น้ำมันมะกอก,หัวใจน้ำมันมะกอกสารพัดประโยชน์เกินคาดคิด


ระบบย่อย

น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการทำงานของส่วนต่างๆ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะอาหาร ตับอ่อน ลำไส้ และถุงน้ำดี ทั้งนี้ยังช่วยป้องกันการก่อตัวของนิ่วอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบ่งชี้ว่าน้ำมันมะกอกช่วย บรรเทาอาการกระเพาะอักเสบ แผลในกระเพาะ และยังเป็นยาระบายอ่อนๆ

ผิวหนัง

น้ำมันมะกอกช่วยปกป้องหนังกำพร้า ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ซึ่งเกิดจากวิตามินอี และ สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอกนั่นเอง นอกจากนี้ยังใช้ได้ผลดีในการป้องกันโรคผิวหนังและลดริ้วรอยเหี่ยวย่น

ระบบต่อมไร้ท่อ

น้ำมันมะกอกช่วยให้ระบบการเผาผลาญอาหาร (metabolic function) ภายในร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพน้ำมันมะกอกได้กลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกันและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานจากการศึกษาล่าสุดพบว่าระดับกลูโคสของผู้ที่มีสุขภาพดีจะลดลง12% เมื่อรับประทานน้ำมันมะกอก


เด็กดีดอทคอม :: น้ำมันมะกอกสารพัดประโยชน์เกินคาดคิด; tags: เรื่องน่ารู้,ไลฟ์สไตน์,เลือก,วิธี,สุขภาพ,เคล็ดลับ,ประโยชน์,จิตใจ,แจ่มใส,เหมาะสม,ผ่อนคลาย,เสน่ห์,ชาย,หนุ่ม,หญิง,สาว,วิธีแก้,สมุนไพร,มะกอก,รักษา,โรค,แก้อาการ,เมื่อย,ช่วยย่อย,น้ำมันมะกอก,หัวใจน้ำมันมะกอกสารพัดประโยชน์เกินคาดคิด


ระบบกระดูก

น้ำมันมะกอกช่วยในการเสริมสร้างกระดูก และช่วยให้ร่างกายของคนเรามีประสิทธิภาพในการดูดซึม แร่ธาตุและแคลเซียมได้ดี และสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน

โรคมะเร็ง

น้ำมันมะกอกช่วยป้องกันเนื้องอกที่เกิดกับอวัยวะบางส่วน (เต้านม ต่อมลูกหมาก ลำไส้ใหญ่ ปีกมดลูก) ทั้งนี้เพราะกรดไขมันที่มีอยู่ในน้ำมันมะกอกนั้นช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ และช่วยต่อต้านการก่อตัวของ ติ่งเนื้อในอวัยวะต่างๆ ที่กล่าวมา


เด็กดีดอทคอม :: น้ำมันมะกอกสารพัดประโยชน์เกินคาดคิด; tags: เรื่องน่ารู้,ไลฟ์สไตน์,เลือก,วิธี,สุขภาพ,เคล็ดลับ,ประโยชน์,จิตใจ,แจ่มใส,เหมาะสม,ผ่อนคลาย,เสน่ห์,ชาย,หนุ่ม,หญิง,สาว,วิธีแก้,สมุนไพร,มะกอก,รักษา,โรค,แก้อาการ,เมื่อย,ช่วยย่อย,น้ำมันมะกอก,หัวใจน้ำมันมะกอกสารพัดประโยชน์เกินคาดคิด

สารกัมมันตภาพรังสี

ภายหลังจากที่มีการค้นพบว่าน้ำมันมะกอกช่วยให้ร่างกายสามารถต้านทานสารกัมมันตภาพรังสีได้ น้ำมันมะกอกได้รับบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของอาหารสำหรับนักบินอวกาศ

อาหารเด็กอ่อน

ด้วยสารประกอบในน้ำมันมะกอกและคุณสมบัติในการช่วยย่อยอาหาร จึงนับได้ว่าน้ำมันมะกอกเป็น ไขมันธรรมชาติที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำนมมารดามากที่สุด

วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2553


ประวัติ

เลโอนาร์โด เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน โดยที่ที่เขาเกิดอยู่ห่างจากหมู่บ้านวินชี ในประเทศอิตาลี ไปราวสองกิโลเมตร บิดาชื่อนายแซร์ ปีเอโร ดา วินชีเป็นเจ้าพนักงานรับรองเอกสารของรัฐ มารดาชื่อคาตารีนา เป็นสาวชาวนา เคยมีคนอ้างว่านางคาตารีนาเป็นทาสสาวจากประเทศแถบตะวันออกในครอบครองของปีเอโร แต่ก็ไม่มีหลักฐานเด่นชัด

ในสมัยนั้นยังไม่มีมาตรฐานการเรียกชื่อและนามสกุลที่เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายในทวีปยุโรป ทำให้ชื่อและนามสกุลของดา วินชี ที่แท้จริงคือเลโอนาร์โด ดิ แซร์ ปีเอโร ดา วินชี ซึ่งหมายความว่า เลโอนาร์โด บุตรชายของปีเอโร แห่ง วินชี แต่เลโอนาร์โดเองก็มักจะลงลายเซ็นในงานของเขาอย่างง่ายๆว่า เลโอนาร์โด หรือไม่ก็ ข้าเอง เลโอนาร์โด เอกสารสำคัญส่วนใหญ่ระบุว่าผลงานของเขาเป็นของ เลโอนาร์โด โดยไม่มี ดา วินชี พ่วงท้าย ทำให้เข้าใจได้ว่าเขาไม่ได้ใช้นามสกุลของบิดาเนื่องจากเป็นบุตรนอกสมรสนั่นเอง


วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ชื่อสถานที่

เมาน์ท รัชมอร์
: Mount Rushmore
สถานที่ตั้ง หุบเขาแบล็คฮิลส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันสามารถเข้าเยี่ยมชมได้

เมาน์ท รัชมอร์ ( Mount Rushmore ) คือภูเขาส่วนที่เป็นหน้าผาหินใช้เกาะสลักเป็นรูปใบหน้าขนาดใหญ่ของอดีตประธานาธิบดี 4 คนของอเมริกา ผู้ริเริ่มความคิดที่จะสร้างอนุสาวรีย์ให้กับวีรบุรุษของคนอเริกัน อีกทั้งยังเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาดูผู้นั้นคือ โดนส์ โรบินสัน ( Doans Robinson )

โรบินสันได้เชิญปฏิมากรชื่อดังคือ จอห์น กัตซัน บอร์ลัม ( John Gutzon Borglum )มาเป็นผู้ดำเนินการและควบคุมการแกะสลัก งานเริ่มในปี ค.ศ.11924 และเสร็จในปี ค.ศ.1941

ใบหน้าที่แกะสลักไว้เป็นท่านแรกคือ จอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกา ท่านนี้เกิดเมื่อปีค.ศ.1732 ที่รัฐเวอร์จิเนีย และได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีเมื่อปีค.ศ.1779

ท่านที่สองคือ โธมัส เจฟเฟอร์สัน ประธานาธิบดีคนที่สาม เกิดเมื่อปีค.ศ.1743 เจฟเฟอร์สันได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีถึง 2 สมัยติดกัน

ส่วนท่านที่สามคือ ธีโอดอร์ รูสเวลท์ ประธานาธิบดีคนที่ 26 ผู้ที่ทำให้โครงการขุดคลองปานามาสำเร็จลงได้ในปีค.ศ.1903
และท่านสุดท้ายคือ อับราฮัม ลินคอล์น ท่านผู้นี้ได้รับเลือกให้เป็นประธานาบดีของอเมริกา เมื่อปีค.ศ.1860 และคนที่16 ของประเทศ

งานแกะสลักใบหน้าทั้งสี่เสร็จสิ้นเรียงลำดับตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น คือ ปีค.ศ.1930-1936-1939 และ 1937 โดยโครงการนี้เสร็จสิ้นจริง ๆ ในปีค.ศ.1941 วึ่งปัจจุบัน เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการทำงานครั้งนั้น ก็ยังคงเก็บรักษาและวางแสดงอยู่บริเวณเชิงเขา ให้ประชาชนได้เข้าชมทุกวัน ปกติฤดูร้อนจึงจะมีนักท่องเที่ยวมากันเยอะ เพราะอากาศจะเย็นสบาย

วันเสาร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุดจังหวัดเชียงใหม่ 22,848,421 ตารางกิโลเมตร
จังหวัดที่มีพื้นที่น้อยที่สุดจังหวัดสมุทรสงคราม 431,801 ตารางกิโลเมตร
ยอดเขาสูงที่สุดดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
จังหวัดที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลมากที่สุดจังหวัดเชียงราย 2,575 เมตร หรือ 8,450 ฟุต
แม่น้ำที่ยาวที่สุดแม่น้ำมูล ยาว 673 กิโลเมตร
ส่วนที่ยาวที่สุดของไทยจากเหนือสุดอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ถึงใต้สุด คืออำเภอเบตง จังหวัดยะลา ระยะทาง 1,620 กิโลเมตร
ส่วนที่กว้างที่สุดของไทยจากตะวันออกตำลบช่องแม็ก อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ถึงตะวันตก คือ ด่านเจดีย์สามองค์ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 750 กิโลเมตร
ส่วนที่แคบที่สุดของแผ่นดินไทยที่ตำบลคลองวาฬ อำเภอเมือง จังหวัดประจวบฯ กว้างเพียง 10.6 กิโลเมตร
บริเวณที่แคบที่สุดของคาบสมุทรภาคใต้คอคอดกระ อยู่ที่จังหวัดระนอง กว้าง 50-80 กิโลเมตร
เทือกเขาที่ยาวที่สุดเทือกเขาตะนาวศรี ยาวประมาณ 834 กิโลเมตร สูงประมาณ 1,500 เมตร
บริเวณที่ฝนตกชุกที่สุดจังหวัดระนอง ฝนตกเฉลี่ยปีละประมาณ 5,106.3 มิลลิเมตร
บริเวณที่ฝนตกน้อยที่สุดจังหวัดตาก ฝนตกเฉลี่ยปีละประมาณ 951.1 มิลลิเมตร
ทางรถไฟสายที่ยาวที่สุดทางรถไฟสายใต้ จากสถานีธนบุรี ถึงสุไหงโก-ลก ยาว 1,144 กิโลเมตร
ทางหลาวแผ่นดินสายที่ยาวที่สุดทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม เริ่มจากกรุงเทพฯ ถึงคลองพรวน ระยะทาง 1,352 กิโลเมตร
พระนอนที่ยาวที่สุดพระนอนวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กรุงเทพฯ ยาว 46 เมตร
พระพุทธยืนที่สูงที่สุดหลวงพ่อโต วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม กรุงเทพฯ
พระพุทธรูปปางสมาธิที่ใหญ่ที่สุดพระพุทธโคดม วัดไผ่โรงวัว จังหวัดสุพรรณบุรี
พระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดพระสุโขทัยไตรมิตร วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ คิดเป็นทองคำหนัก 5 ตันครึ่ง หรือ 25,000 ปอนด์
เจดีย์ที่สูงที่สุดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม สูง 3 เส้น 1 คืบ 6 นิ้ว
สะพานที่ยาวที่สุดสะพานติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ยาว 2,950 เมตร
พันธุ์ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยปลาบึก พบในแม่น้ำโขง
วัดที่มีเจดีย์มากที่สุดวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กรุงเทพฯ
นายกรัฐนมตรีที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดจอมพล ป. พิบูลสงคราม 14 ปี 11 เดือน 18 วัน
น้ำตกที่สูงที่สุดน้ำตกสาริกา จังหวัดนครนายก
ระฆังที่ใหญ่ที่สุดระฆังวัดกัลยาณมิตร เขตธนบุรี กรุงเทพฯ
เกาะที่ใหญ่ที่สุดเกาะภูเก็ต พื้นที่ประมาณ 538,720 กิโลเมตร

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ล้างพิษด้วยผลไม้

แอปเปิ้ล : เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย เพราะแอปเปิ้ลมีสารเพกตินที่จะช่วยนำสารพิษไปกำจัดทิ้ง และยังมีคุณสมบัติป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้เกิดการบูดเน่า จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเกิดจุลินทรีย์ขึ้นในลำไส้ นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยสูง จึงามารถกวาดล้างสิ่งสกปรกในลำไส้ได้ดี ทำให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น

องุ่น : องุ่นคือสารฟอกล้างสำหรับผิวหนัง ตับ ลำไส้ และไตโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกหลายอย่าง เช่น ช่วยควบคุมมูกที่จะออกมาจากเยื่อเมือกต่างๆ ในร่างกาย ให้พลังงานสูง อุดมไปด้วยเกลือแร่ ช่วยบำรุงเลือกและเสริมเซลล์ในร่างกาย

สับปะรด : เอนไซม์โปรเมลินที่มีอยู่มากในสับปะรดจะช่วยให้การทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะดีขึ้น และทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น ร่างกายจะได้กำจัดทิ้งไปได้ นอกจากนี้สับปะรดยังเป็นยาช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร ช่วยซ่อมแซมส่วนต่างๆ ที่สึกหรอ ช่วยในการทำงานของต่อมไร้ทอ และช่วยกำจัดน้ำมูกได้ด้วย

มะละกอและมะม่วง : คู่หูดูโอนี้มีคุณสมบัติคล้ายๆ กัน คือมีเอนไซม์ชื่อปาเปน ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ฉะนั้นมันจึงช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น นอกจากนี้แล้วยังมีไฟเบอร์สูง ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานดี ลำไส้ก็สะอาด คนที่อารมณ์หดหู่ชอบมองโลกในแง่ร้ายอาจจะต้องทานมะละกอมากขึ้น เพราะเชื่อว่ามะละกอสามารถลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย

แตงโม : แตงโมจะล้างสารพิษโดยขับออกมากับปัสสาวะ เปลือกแตงโมยังอุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ ส่วนเมล็ดก็มีวิตามินสูง ถ้าได้ดื่มน้ำที่คั้นจากเปลือกแตงโมก่อนทานเนื้อของมัน สักครึ่งชั่วโมง จะได้ประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญแตงโมยังสามารถรักษาแผลในกระเพาะและลดความดันโลหิตสูงอีกด้วย